วัดพะเนียงแตก” สาเหตุที่เรียกชื่อนี้เนื่องจากว่าหลวงพ่อทาท่านมักจะเล่นพลุไฟพะเนียงในเวลามีงานวัดประจำปี แล้วปีหนึ่งท่านได้นำมือไปปิดปากกระบอกพลุ ซึ่งไม่สามารถทำให้พลุออกมาจากกระบอกได้ เมื่อกระบอกร้อนมากขึ้นๆก็เกิดระเบิด และสะเก็ดพลุแตกใส่ท่าน แต่ท่านมิได้รับบาดเจ็บใดๆเลย ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงได้นำเรื่องนี้กล่าวขานไปทั่ว พร้อมกับเรียกหลวงพ่อทาว่า “หลวงพ่อพะเนียงแตก” และเรียกวัดร้างที่หลวงพ่อทาบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ว่า “วัดพะเนียงแตก” เหตุผลที่หลวงพ่อทาท่านทำเช่นนี้ก็เพื่อจะกำราบพวกนักเลงหัวไม้ให้เกิดความเกรงกลัว แล้วท่านจะได้อบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนดีได้ง่าย ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนาและไสยเวทมามาก จึงเป็นที่เคารพและเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของบุคคลทั่วๆไป และด้วยวัตรปฏิบัติที่ดีงามน่าศรัทธาของท่านนี้เอง ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะแขวงเมืองนครปฐม หลวงพ่อทาท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย อาทิ หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก , หลวงพ่อวงษ์ วัดทุ่งผักกูด , หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม , หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง เป็นต้น วัตถุมงคลของหลวงพ่อทา ท่านสร้างไว้ได้แก่ เหรียญหล่อ พระปิดตา ตะกรุด และ ลูกสะกด เป็นต้น
ท่านละสังขารเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ สิริรวมอายุ ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา
ท่านละสังขารเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ สิริรวมอายุ ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา
ลูกสิษย์โด่งดังคือ
1 หลวงพ่อแช่มวัดตาก้อง
2.หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม
ครั้งหนึ่งภายหลังจากที่หลวงพ่อทาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูอุตรการบดี (หลวงพ่อทา โสณุตฺตโร) แล้วนั้น ไม่นานก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ มีสิทธิ์บวชกุลบุตรได้ทั่วอำเภอที่ปกครองอยู่ระหว่างนั้น ครั้งหนึ่งท่านได้รับนิมนต์ไปเป็นอุปัชฌาย์ ในการเดินทางไปต้องประสบกับกลุ่มโจรที่ดักปล้นคนผ่านทางไปมา เมื่อพบหลวงพ่อทาขี่ม้า จึงเจรจาขอม้าจากหลวงพ่อ ก็ได้รับคำตอบจากหลวงพ่อทาให้พวกโจรทั้ง 5 รอท่านก่อน เมื่อบวชนาคเสร็จแล้วจึงจะเอาม้ามาให้ เมื่อท่านบวชนาคเสร็จแล้ว ได้ขี่ม้ามาเส้นทางเก่า พบโจรทั้งห้ายังคงยืนนิ่งแข็งอยู่ในที่เดิมที่ผ่านมาในครั้งแรก จึงได้หยุดกล่าวอบรมสั่งสอนพวกโจรทั้งห้า ซึ่งต้องมนต์สะกดนะจังงังของท่าน จนในที่สุดได้เลิกอาชีพโจรไป
"นะจังงัง" เป็นมนต์อย่างหนึ่ง ผู้ถูกมนต์นี้จะนิ่งงัน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 10 สุดยอดพระเกจิแห่งสยาม
"นะจังงัง" เป็นมนต์อย่างหนึ่ง ผู้ถูกมนต์นี้จะนิ่งงัน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 10 สุดยอดพระเกจิแห่งสยาม
“พลังจิตแก่กล้า-อาคมขลัง”เรื่องราวที่เล่าขานนี้เป็นความจริงที่ปรากฏและเป็นตำนานแห่งความเข้มขลังของอดีตพระเกจิของแผ่นดินสยาม และปัจจุบันเชื่อว่าคงหาเกจิรูปใดเทียบเคียงบุญญาบารมีและอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ได้ยากยิ่ง
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2452 สมเด็จพระสังฆราช (เข) วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงมีพระดำริในการทดสอบพลังจิตและความเข้มขลังของพระเกจิทั่วสยามประเทศขึ้นที่วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม นัยว่าเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะ "พระดี-เกจิดัง" ในสายวิปัสสนากัมมัฏฐานและเฟ้นหา “สุดยอดพระเกจิ” (ตามประวัติน่าจะมีเพียงครั้งเดียว) โดยนิมนต์พระเถรจารย์และเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศมาชุมนุมมากกว่า 100 รูป
งานนี้เรียกได้ว่า "พิธีชุมนุมพระเกจิชื่อดังทั่วแดนสยาม" ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ก็คงไม่ผิดนัก ในพิธีมีการทดสอบวิทยาคมและพลังจิตอย่างเข้มขลัง โดยคัดเลือกเกจิอาจารย์ครั้งละ 10 รูป ด้วยวิธีจับสลาก จากนั้นนำท่อนไม้ 1 ท่อน มาวางบนม้า 2 ตัว จากนั้นนำกบไสไม้วางบนท่อนไม้ โดย สมเด็จพระสังฆราช (เข) ทรงบอกกติกาว่า เกจิทุกรูปจะต้องใช้พลังจิตบังคับให้กบไสไม้วิ่งไสไม้ไป-กลับโดยกบห้ามหล่นลงมาเด็ดขาด หากใครพลังจิตแก่กล้าจริงก็จะสามารถทำได้ หากใครพลังจิตยังไม่สุดยอดก็ต้องยอมล่าถอยไป ปรากฎว่าหลังการทดสอบผ่านไป 3 วัน 3 คืน เกจิส่วนใหญ่ใช้พลังจิตบังคับกบวิ่งไสไม้ได้ทั้งนั้น แต่บังคับวิ่งไปข้างหน้าได้ทางเดียว บังคับกลับไม่สำเร็จ มีเพียงเกจิ 10 รูปเท่านั้นที่สามารถบังคับกบไสไม้ได้ทั้งไป-กลับ ถือว่าเป็น 10 พระเกจิสุดยอดแห่งสยามประเทศอย่างแท้จริงและปัจจุบันคงหาเกจิรุ่นใหม่เทียบได้ยากยิ่ง โดยเกจิทั้ง 10 รูป ได้แก่
1. หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม
2. หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
3. หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา
4. หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง จากกรุงเทพมหานครหรือเมืองบางกอก
5. หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร
6. หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม
7. หลวงพ่อทอง วัดคีรีนาถบรรพต (เขากบ) จ.นครสวรรค์
8. หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (วัดบางเหี้ย) จ.สมุทรปราการ
9. หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี
10. หลวงพ่อจอน วัดดอนรวบ จ.ชุมพร
แน่นอนว่าหากเอ่ยชื่อเกจิทั้ง 10 รูป ผู้คนทั่วประเทศจะต้องรู้จักคุ้นเคยกันดีและวัตถุมงคลของเกจิแต่ละท่านในปัจจุบันสนนราคาแพงลิบลิ่ว โอกาสจะหาชม “ของดี-ของสวย-ของแท้” ยากเย็นแสนเข็ญ ขณะนี้แพงและมาแรงเป็นอันดับหนึ่งชนิดสร้างความฮือฮาทั้งวงการพระเครื่องเมืองไทยต้องยกนิ้วให้ เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา พิมพ์ขอเบ็ด เซียนพระรุ่นใหม่ไฟแรง บอย ท่าพระจันทร์ นิมนต์เข้ารังไม่นานนี้ด้วยราคาทะลุ 5.4 ล้านบาทไปแล้ว ถือเป็นสุดยอดพระเหรียญที่แพงที่สุดของประเทศไทย ส่วนราคารอง ๆ ลงมาตามลำดับคือ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังพิมพ์ยันต์สี่ พิมพ์นิยมเนื้อทองคำ รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลานพิมพ์ขี้ตาและพิมพ์นิยม เหรียญหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า เนื้อทองแดง ปี 2466 เหรียญหล่อเจ้าสัวและพระลีลาหนังตะลุง เนื้อผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เหรียญหล่อหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก วัตถุมงคลของหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (บางเหี้ย) ส่วนพระและวัตถุมงคลหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว และหลวงพ่อจอน วัดดอนรวบ พอพบเห็นหมุนเวียนในสนามพระบ้างประปราย
สนใจติดต่อมาได้ที่ 086-313-2152 หรือ doctorzro@hotmail.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น